ACT : การเดินทางครั้งใหม่
" ขอบคุณมากครับ นี่ของขวัญพิเศษ Merry X'MAS ครับ "
กอล์ฟยิ้มกว้างยื่นขวดแก้วใบน้อยให้เด็กสาวที่เข้ามาซื้อของในร้านครั้งแล้วครั้งเล่า ในขณะที่ทั้งแซนด์ แบงค์และไมค์ก็มือเป็นระวิงไม่ต่างกัน เพราะความที่ร้านของสามพี่น้องมีความโดดเด่นในเรื่องสินค้าและการบริการทำให้เป็นที่นิยมของเด็กวัยรุ่น ยิ่งวันนี้มีข่าวแพร่กระจายออกไปว่าจะมีการแจกของที่ระลึกทำให้มีลูกค้าหลั่งไหลมาไม่ขาดสายทั้งขาประจำและขาจรเรียกได้ว่าแทบไม่ได้หยุดพักกันเลยทีเดียว
" โอ๊ยเหนื่อย ปวดขาไปหมดเลย เมื่อยแขนด้วย " ไมค์โอดครวญทิ้งตัวลงกับโซฟาตัวยาวที่เบาะนวมหนานุ่มทำให้แบงค์ที่ตามมาต้องเปลี่ยนไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆแทนทั้งที่ตอนแรกก็หมายตาที่เดียวกันไว้
" แต่ก็น่าดีใจนะ ของที่ระลึกหมดเกลี้ยง ขนาดเตรียมไว้ตั้งพันห้าเลยนะ " กอล์ฟหัวเราะเบาๆ เขานั่งนึกถึงรอยยิ้มของเด็กๆที่ได้รับของขวัญแล้วก็อดมีความสุขไม่ได้ เด็กหนุ่มขยับที่ให้แซนด์ที่พึ่งปิดร้านเสร็จแล้วเดินมานั่งข้างๆด้วยท่าทางหมดเรี่ยวแรงพอกัน
" ต้องขอบใจไอเดียของไมค์นะ ไม่อย่างนั้นวันนี้ลูกค้าคงไม่เยอะขนาดนี้ " แซนด์ว่าพลางขยี้ผมของไมค์ที่นอนฟุบอยู่จนเจ้าตัวต้องตะกายลุกขึ้นมายิ้มเผล่
" ของมันชัวร์อยู่แล้ว ไมค์เสียอย่าง "
กอล์ฟส่ายหน้าระอากับอาการล้นของเด็กหนุ่มตรงหน้า ตั้งแต่แบงค์กลับมาไมค์ก็แทบจะไม่พูดหรือแสดงอาการที่โตเกินวัยเหมือนตอนที่พบกันครั้งแรกเลย เด็กหนุ่มกลับไปมีสภาพเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป เด็กหนุ่มที่ค่อยๆเติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่ม เป็นผู้ใหญ่โดยไม่ต้องเร่งรีบ ไม่ต้องเร่งเวลาให้เติบโตอีกต่อไป
" รู้หรือเปล่าไมค์ ตั้งแต่เจอกันมา วันนี้นายทำตัวสมวัยที่สุดเลยนะ " กอล์ฟเอ่ยขึ้นอย่างอดไม่ได้ ไมค์เองก็เลิกคิ้วมองอย่างเข้าใจ ทำไมเขาจะไม่เข้าใจในเมื่อที่ผ่านมาเขารู้ตัวเสมอว่าพยายามปกปิดอะไร
" ต้นไม้น่ะ เร่งให้โตเร็วเกินไปหรือไปตัดต่อพันธุกรรมเป็นพืชจีเอ็มโอก็ไม่ดีไม่ใช่หรือไงพี่กอล์ฟ " ไมค์ว่าพลางหัวเราะ แต่แล้วสีหน้าสดชื่นนั้นก็พลันสงบลง ดวงตาคมมองหน้าพี่ชายนอกสายเลือดนิ่ง
" แต่ว่าจะไปบีบรัดมันไว้เหมือนบอนไซ มันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ แล้ว..." เด็กหนุ่มทิ้งเสียงเงียบไป ความสงบเงียบนั้นทำให้กอล์ฟต้องกลั้นหายใจ รู้ดีว่ายามใดที่ไมค์นิ่งเงียบหลังจากนั้นยามเปิดปากเอื้อนเอ่ยคำใด ก็มักจะเป็นประโยคที่ราวกับจะกระชากหัวใจเขาออกมากระนั้น และครั้งนี้ก็ไม่ต่างกัน
" พี่กอล์ฟจะเป็นแบบไหนดีล่ะ ตัดต่อจนเกินธรรมชาติ หรือว่าบีบคั้นรัดไว้จนกว่าจะทนไม่ได้ " ไมค์ทิ้งคำถามไว้เพียงแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความเมื่อยขบ หนุ่มน้อยที่ร่าเริงสดใสกลับมาอีกครั้งพร้อมกับดึงพี่ชายให้ลุกขึ้นพร้อมกับเสียงโวยวายออดอ้อน
" หิวแล้ว ไปหาอะไรกินกันเหอะ พี่แซนด์ไมค์อยากกินสปาเก็ตตี้ นะๆ "
" เออๆ อยากกินก็ไปช่วยกัน แบงค์ กอล์ฟ พวกนายไปช่วยกันเตรียมโต๊ะไป เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำเลยนะ " แซนด์หันมาสั่งอีกสองคนที่เหลือก่อนจะเดินตามไมค์เข้าครัวไป ทิ้งให้แบงค์กับกอล์ฟนั่งมองตากันอยู่อย่างนั้น
" พี่แบงค์ครับ " กอล์ฟเรียกแบงค์ที่ลุกขึ้นเพื่อเตรียมจัดโต๊ะตามคำสั่งของแซนด์ ทำให้แบงค์ชะงักไปแต่แล้วเขาก็ทำเพียงแค่ยิ้มให้พร้อมกับส่งมือให้
" ก็อย่างเจ้าไมค์ว่า ให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ มากเกินไป น้อยเกินไป มันก็ไม่ดีหรอกนะ วันนี้นายอาจจะยังทำไม่ได้ แต่เพียงแค่นายคิดอยากจะเริ่มมันก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะ "
กอล์ฟยิ้มตอบ เด็กหนุ่มส่งมือให้พี่ชาย ความอบอุ่นที่ได้รับทำให้หัวใจที่สับสนเริ่มหายขุ่นมัว สองมือกอบกุมกันแน่นเหนี่ยวรั้งกันให้ลุกขึ้น ใช่ ปล่อยให้มันเป็นไป ไม่ต้องเร่งรัดไม่ต้องข้ามขั้นตอน ให้มันเป็นไป
กริ๊งง
เสียงวัตถุขนาดเล็กหล่นกระทบก้นขวดแก้วใส กอล์ฟยกขวดแก้วในมือให้สูงขึ้นจนแสงไฟจากหลอดไฟบนเพดานส่องกระทบลงมา เขาค่อยๆวางกระดาษเงินทาบทับปากขวดพร้อมกับผูกริบบิ้นสีชมพูสดไว้อย่างสวยงาม ถ้าหากนี่เป็นของขวัญที่เขาจะมอบให้กับแซนด์ แบงค์และไมค์ ก็คงจะเป็นของขวัญชิ้นแรกและชิ้นสุดท้ายที่เขาจะให้ได้กระมัง
เด็กหนุ่มเริ่มเกิดอาการตาพร่าเลือนอีกครั้ง มันค่อยๆเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆนับตั้งแต่เริ่มอาหารเย็น แต่เขาก็พยายามฝืนเอาไว้ก่อนจะขอปลีกตัวออกมา อีกนิดเดียว นิดเดียวเท่านั้น
" อีกนิดเดียวนะ ขออีกนิดเดียว " กอล์ฟพร่ำวอนขออย่างอดทน มือเรียวสั่นสะท้านเพื่อพยายามผูกโบว์ด้วยความลำบาก ร่างกายของเขาเริ่มโปร่งใสมากขึ้น ราวกับว่าหากพลาดไป เขาก็อาจจะหายไปจากโลกนี้โดยไม่ทันได้ร่ำลาใครเลย อย่าเลยนะ อย่าให้เป็นอย่างนั้นเลย
" พี่กอล์ฟ ไปดูดาวกัน...ไหม " ไมค์ส่งเสียงดังมาแต่ไกลพร้อมกับเปิดประตูเข้าห้องมา แต่แล้วก็ต้องยืนนิ่งงันเมื่อพบว่ากอล์ฟกำลังอยู่ในสภาพใดและนั่นก็ทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก
" พี่ .... "
" ช่วยเรียกพี่แซนด์กับพี่แบงค์ให้หน่อยได้ไหม " กอล์ฟยิ้มบางเอ่ยบอกพร้อมกับพยายามลุกขึ้นอย่างยากเย็น และไม่ต้องให้บอกซ้ำ ไมค์ก็วิ่งออกไปจากห้องทันทีและไม่ถึงนาทีแซนด์และแบงค์ก็วิ่งตามกลับมา
" เกิดอะไรขึ้น กอล์ฟ " แซนด์ถามเสียงตกใจ สิ่งที่เขาเห็นทำให้เขานึกสาเหตไม่ออก
" ไม่ต้องตกใจหรอกครับ แค่ถึงเวลาของผมแล้วเท่านั้น " กอล์ฟบอก เขารู้ด้วยสัญชาติญาณอีกไม่นานเขาจะต้องไป
" จะไปไหน " แบงค์ถาม เขาอยากจะรั้งเด็กหนุ่มไว้แต่ก็คงทำไม่ได้
" ไม่รู้เหมือนกันฮะ แต่ไม่ต้องห่วง การเดินทางของผมเริ่มต้นเพราะผมอยากจะหนีจากทุกสิ่งในโลกของผม แต่นับจากวันนี้ผมจะเดินทางเพื่อหาทางกลับบ้าน ผมจะไม่หนีอีก "
" พี่แบงค์ .. ผมจะพยายามให้อภัยตัวเองเหมือนอย่างที่พี่ให้อภัยตัวเองให้ได้ ขอบคุณมากนะครับ ไมค์ด้วยขอบใจที่ช่วยพาพี่มาอยู่ด้วย ขอบคุณมากครับพี่แซนด์ " กอล์ฟเอ่ยอย่างเชื่องช้า ดูเหมือนทุกอย่างในร่างกายไม่เป็นไปตามที่ต้องการเอาเสียเลย
" อย่าช้านักล่ะกอล์ฟ นายยังต้องกลับบ้านนะ " แบงค์ยิ้มทั้งน้ำตา เขากุมมือแซนด์แน่นในขณะที่แซนด์เองก็ไม่ต่างกัน
" ไมค์ พี่ให้ " มือเรียวยื่นขวดแก้วใบน้อยให้เด็กหนุ่มที่ยืนนิ่งอยู่ ไมค์รับมันมากำไว้แน่น นัยน์ตาสวยวาววับด้วยน้ำตาหากแต่ริมฝีปากบางกลับเหยียดยิ้มให้คนที่จะจากไปสุดความสามารถ
" ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ขอให้มีความสุขนะ " เสียงแผ่วเบาราวสายลมหวีดหวิวพร้อมกับร่างของกอล์ฟที่จางหายไปจนไม่อาจไขว่คว้าไว้ได้ทัน มีเพียงแสงสะท้อนจากดวงไฟที่ส่องกระทบจี้ห้อยคอรูปตัวจีที่เคยมอบให้ และจางหายไป
" ไมค์ต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่กอล์ฟ ขอบคุณมากนะที่เข้ามาในชีวิตของพวกเรา " ไมค์เอ่ยเจือสะอื้น
" มีอะไรในขวดน่ะ " แบงค์ถามขึ้น ไมค์ค่อยๆแกะห่อกระดาษออกและเมื่อลองคว่ำขวดลงกับฝ่ามือ สิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ หยาดน้ำใสๆหยาดหยดลงฝ่ามือตกกระทบวัตถุสีเงินที่เก่าคร่ำคร่าเม็ดแล้วเม็ดเล่า ก่อนที่มือเรียวจะกำมันแน่น
" ล็อคเก็ตของน้องหญิง " แซนด์จำได้แม่นยำ มันเคยห้อยติดกับสร้อยคอของน้องสาวเสมอ จนกระทั่งวันนั้น
" น้องหญิงไม่เคยให้เราดูว่าข้างในมีอะไร แต่.. วันนี้น้องคงอนุญาตแล้วใช่ไหม " ไมค์เอ่ยถามพลางค่อยๆแกะสลักที่ถูกยึดแน่นด้วยคราบโคลนและสนิม แต่สุดท้ายเขาก็เปิดมันออกมาจนได้
ไร้ซึ่งสำเนียงใดที่จะเอื้อนเอ่ยจากปากของพี่ชาย ไม่มีถ้อยคำใดที่จะทดแทนและบ่งบอกถึงความรู้สึกทั้งมวลของพวกเขาได้เมื่อได้เห็นสิ่งที่แอบซ่อนอยู่ภายใน รูปใบน้อยที่ถูกตัดแปะใส่อย่างประณีต รูปของพวกเขาทั้งสี่คนเช่นเดียวกับที่บรรจุไว้ในกรอบรูปด้านล่าง รูปที่บรรจุรอยยิ้มและความสุขอันมากมายเอาไว้ มันคือสิ่งสำคัญที่สาวน้อยพกติดตัวตลอดเวลาจนถึงวันที่จากไป และวันนี้ความสุขนั้นได้ถูกส่งต่อมายังพวกเขาอีกครั้ง
แซนด์ยิ้มทั้งน้ำตา สองแขนโอบไหล่น้องทั้งสองเข้ามากอดแน่น ไมค์กำล็อคเก็ตไว้ในมือแน่นซุกตัวกับอกพี่ แบงค์เองก็เช่นกัน แม้ไม่เอ่ยคำใดออกมา แต่ในใจพวกเขาต่างก็ไม่ต่างกัน ถ้อยคำที่อยากบอกแก่เด็กหนุ่มที่พึ่งจากไป .. ขอบคุณ ..
.. ขอบคุณมากกอล์ฟ ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตของพวกเรา ขอบคุณที่ช่วยนำความสุขกลับมาให้เรา ขอบคุณจริงๆ ....
*********************************************************************
" อืม แล้วหลังจากนั้นล่ะ นายทำไงต่อไป " ชายหนุ่มผมยาวที่นั่งจิบน้ำสีอำพันฟังเรื่องราวอันน่าสนใจมานานเอ่ยถามขึ้น ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังนิ่งเงียบระลึกความหลังยิ้มพราย
" หลังจากนั้นเหรอ ผมก็ยังเดินทางผ่านโลกต่างๆไปเรื่อยๆ โลกที่มีแต่ผม โลกที่มีพวกผมครบทุกคน โลกที่ทุกคนยังอยู่พร้อมหน้า ผมได้เรียนรู้อะไรมาเยอะแยะไปหมดเลยล่ะ จนตอนนี้ผมรู้สึกว่าเพียงพอแล้วแต่ก็ยังเหมือนมีอะไรติดอยู่ในใจ "
" แล้วอะไรล่ะที่ยังค้างคาอยู่ในใจน่ะ " คำถามนั้นดูเหมือนไม่สนใจแต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความใส่ใจ
" ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่ผมว่าผมจะรู้ในการเดินทางครั้งต่อไป ผมรู้สึกว่าผมจะเจอคนที่จะทำให้ผมไขล็อคกุญแจประตูบานสุดท้ายในใจของผม และถึงตอนนั้น ความผิดในใจทั้งหมดของผมก็คงจะหมดไป และในวันนั้น ผมก็คงจะให้อภัยตัวเองได้จริงๆเสียที " เด็กหนุ่มบอกพร้อมกับรอยยิ้มที่เชื่อมั่น การเดินทางทำให้เขาเติบโตมากขึ้น อย่างที่ใครคนหนึ่งเคยพูดไว้ ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องเร่งรีบ ให้มันเป็นไป
" งั้นก็ขออวยพรให้นายโชคดี ได้กลับบ้านเร็วๆล่ะ "
" ขอบคุณมากครับ คุณรัชต์ ผมต้องไปแล้วล่ะครับ "
" ว่าแต่โลกนี้ นายเจอคนในครอบครัวของนายหรือเปล่า " เสียงทุ้มถามอย่างใคร่รู้ แต่เด็กหนุ่มกลับยิ้มปริศนา
" คุณรัชต์ชื่อจริงชื่ออะไรครับ "
" พิรัชต์ ... พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล " คำตอบนั้นทำให้เด็กหนุ่มยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเฉลยพร้อมกับร่างกายที่โปร่งใสจางหายไป คำตอบนั้นยังดังก้องในหูผู้ฟัง
" ผมชื่อพิชญะครับ พิชญะ นิธิไพศาลกุล น้องของผมชื่อ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล "
ชายหนุ่มผมยาวหัวเราะออกมาเมื่อนึกขึ้นได้ อย่างนี้นี่เอง มิน่าเขาถึงได้นั่งคุยกับเจ้าหนุ่มนี่อยู่นาน ที่แท้ก็แบบนี้เอง ..
" ขำอะไรน่ะ ไมค์ " เสียงถามดังจากชายหนุ่มที่เดินเข้ามาในร้าน
" ไม่มีอะไรหรอกพี่กอล์ฟ แค่นึกอะไรออกน่ะ ไหนบอกจะกลับพรุ่งนี้ " น้องชายเอ่ยถามก่อนจะรินเครื่องดื่มสุดโปรดให้พี่ชาย
" ก็กะว่านะ แต่ห่วงที่ร้าน ว่าแต่ไม่มีปัญหาใช่ไหม " พี่ชายนั่งจิบเครื่องดื่มที่น้องชายจัดให้อย่างรู้ใจพลางมองไปรอบๆร้าน
" ไมค์อยู่ทั้งคน จะมีปัญหาได้ไง แต่ว่ากลับมาก็ดีแล้วล่ะ "
" ทำไม "
" คิดถึง "
สิ้นคำตอบพี่ชายแทบสำลักเพราะร้อยวันพันปีน้องชายไม่เคยเอ่ยอะไรแบบนี้ ไมค์หัวเราะกับท่าทางของพี่ชายก่อนจะเดินกลับไปหลังร้าน ในใจหวนนึกถึงเด็กหนุ่มนักเดินทางที่พึ่งจากไป
... ขอให้การเดินทางของนายสิ้นสุดเร็วๆนะกอล์ฟ ....
ท่ามกลางความมืดมิดเหมือนทุกครั้ง จอภาพเบื้องหน้าหมุนวนสับเปลี่ยน กับคำถามเดิมดังในสมอง จะไปไหน ไปที่ใด ปลายเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น สัมผัสบางอย่างบอกให้รู้ว่านี่จะเป็นการเดินทางครั้งสุดท้าย โลกที่เขาจะไปคือกุญแจสำคัญ เขากำลังจะได้พบใครคนหนึ่งที่จะปลดพันธนาการในใจเขา เขามั่นใจว่าจะพบคนๆนั้น อย่างแน่นอน
...
...
เสียงต่อสู้ดังอยู่อีกฟากของจุดที่ยืนอยู่ เสียงก่นด่ายังดังลั่น หากแต่นั่นก็ไม่ทำให้ผู้ที่พึ่งรู้สึกตัวสนใจอะไรมากนัก หัวใจเริ่มเต้นเร่าร้อนรนเหมือนถูกกระตุ้นให้เดินไปหาต้นเสียง
เสียงการต่อสู้เงียบหายไปแล้ว หากแต่ก็รู้ว่ายังมีใครคนหนึ่งที่ยังยืนอยู่และหมายมาดมองมายังเขา เสียงตะโกนเรียกก้องลานกว้างให้เขาย่างกรายออกไป ใครคนนั้นใช่ไหมที่เขารู้สึก
" ใครวะ .... ออกมานะ ไม่งั้นเห็นดีกันแน่ .. . "
เสียงกร้าวเรียกหา ดวงตาเข้มกร้าวแกร่งที่มองมา นี่สินะ คนที่เขาจะต้องเจอในโลกนี้ นายใช่ไหม สายลมเย็นยามดึกพัดผ่านพริ้วผ่านกายราวจะบอกให้รู้ว่าเบื้องหน้านั้นคือใครคนนั้นที่ต้องการ แต่นับจากนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ก็คงต้องให้มันเป็นไปสินะ แล้วมันก็จะจบสิ้นลง
พี่พบนายอีกแล้วนะ ไมค์ ...
ได้พบกันอีกแล้ว น้องพี่
น้องชาย..สุดที่รัก
END .... นักเดินทาง